• Beam Pavini

real estate Mega trends in 2022

Updated: Jan 2

5 Mega Trends มาแน่ในวงการอสังหาฯ ปี 2565

คัดมาแล้วเน้นๆ จาก Terra BKK และ DDproperty ที่วงการอสังหาฯต้องจับให้ทัน กับกระแส Cryptocurrency และ Metaverse หากไม่อยาก out เพราะตลาดผู้บริโภคจะเปลี่ยนพฤติกรรมตามแนวโน้มอสังหาฯนี้แน่นอน

  1. Digital Lifestyle Integration

  2. Sustainable & Green Living

  3. Holiday at Home

  4. Metaverse

  5. FinTech


Mega-Trend #1 Digital Lifestyle Integration

  • Smart Home

  • Internet of Things (IoTs)

  • 24/7 Automated Services

สืบเนื่องจากการขาดแคลนแรงงาน ทำให้ระบบรักษาความปลอดภัยด้วยมนุษย์อย่าง พนักงานรักษาความปลอดภัย (รปภ.) ทำงานตลอด 24 ชั่วโมง ได้ค่อนข้างจำกัด เนื่องจากในหนึ่งหมู่บ้าน อาจมี รปภ. อยู่เพียง 2-3 คนที่ต้องรับผิดชอบดูแลบ้านกว่า 300 หลังทั้งหมู่บ้าน ประกอบกับในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจก็มีแนวโน้มที่จะเกิดการโจรกรรมเพิ่มสูงขึ้นตาม ทำให้ผู้บริโภคหันมาสนใจระบบรักษาความปลอดภัยแบบอัจฉริยะแทน ที่ถึงแม้จะมีค่าใช้จ่ายสูงขึ้น แต่เมื่อความต้องการที่มีเพิ่มสูงขึ้น ทำให้มีตัวเลือกหลากหลายในราคาที่ย่อมเยาว์


อีกทั้งแนวคิดบ้านอัจฉริยะ (Smart Home) ถูกนำมาใช้มากขึ้นจนแทบจะเป็นฟังก์ชั่นพื้นฐานที่อยู่อาศัยยุคใหม่ต้องมี ผนวกกับเทคโนโลยี Internet of Things (IoTs) เข้ามาควบคุมอุปกรณ์ต่างๆภายในบ้าน ช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้อยู่อาศัยมากขึ้น พร้อมเพิ่มความอุ่นใจในความปลอดภัยมากขึ้น ทั้งเรื่องการเฝ้าระวัง การตรวจสอบ การเปิด-ปิดระบบไฟฟ้าต่างๆผ่าน app บน smart phone


ส่วนกระแส work from anywhere เริ่มมีบทบาทสำคัญ เมื่อโลกถูกเชื่อมไว้ด้วยกัน ทำให้ผู้คนทำงานข้าม time zone กันมากขึ้น ทำให้การบริการที่เปิดปิดตามเวลา ไม่ตอบโจทย์คนยุคใหม่ อีกทั้งยังมีคนยุคใหม่ที่ใช้ชีวิตทำงานพร้อมกับการท่องเที่ยวมากขึ้น ทำให้การบริการ 24 ชั่วโมงด้วยระบบอัตโนมัติเข้ามามีบทบาทสำคัญ เพื่อตอบรับความต้องการของคนที่ต้องการพื้นที่ทำงานพร้อมบริการ 24 ชั่วโมงมากขึ้น



Mega-Trend #2 Sustainable & Green Living

  • Blended Environment Design x Indoor Plants

  • Go Green Materials

  • Solar Rooftop x EV Car Charger

ต้องยอมรับว่าช่วงที่ต้อง work from home เพื่อลดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา โดยเฉพาะช่วงหน้าร้อนของเมืองไทย แทบทุกบ้านต้องทำงานแยกส่วนกัน เพราะอาจจะมีประชุมออนไลน์ ทำให้การใช้เครื่องปรับอากาศและไฟฟ้าเพิ่มสูงขึ้นตาม แม้จะมีนโยบายจากทางภาครัฐคอยเยียวยา แต่การปรับปรุงบ้านให้ประหยัดพลังงาน ก็ช่วยได้ในระยะยาว อีกทั้งกระแสรักษ์โลกก็ยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง แต่ได้รับความสนใจมากขึ้นช่วงที่ต้องหยุดอยู่บ้านนานๆนั่นเอง เพื่อลดค่าใช้จ่ายและเป็นกระแสที่ได้รับความสนใจจากผู้บริโภคในวงกว้างมากขึ้น


จากผลสำรวจ DDproperty's Thailand Consumer Sentiment Study เปิดเผยว่า คนไทยกว่า 93% ให้ความสำคัญกับการอยู่อาศัยแบบยั่งยืน โดยที่ 62% ต้องการระบบหลังคาโซลาร์เซลล์ (Solar Rooftop) เพื่อสร้างพลังงานทางเลือกทดแทนการใช้ไฟฟ้า อีก 58% ต้องการบ้านที่มีระบบระบายความร้อน และ 48% ต้องการฟังก์ชันดูดซับมลพิษภายในบ้าน รวมถึงจุดบริการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าในพื้นที่ส่วนกลาง รองรับกระแสการใช้รถยนต์ไฟฟ้าที่กำลังมาแรงในขณะนี้


ส่วนกระแส Blended Environment Design เริ่มได้รับความสนใจในช่วง work from home อีกเช่นกัน เพราะด้วยสถานการณ์ทำให้ผู้คนส่วนมากเลือกที่จะอยู่บ้านทำกิจกรรมต่างๆมากขึ้น ทำให้การออกแบบที่ผสมผสานกับธรรมชาติจับกระแส indoor plants กันมากขึ้น ดังจะเห็นได้จากราคาของพันธุ์ไม้ต่างๆมีราคาเพิ่มสูงขึ้นในช่วง WFH นั่นเอง ถึงแม้ว่าผู้คนจะเริ่มทยอยออกไปทำงานนอกบ้านกันบ้างแล้ว แต่ก็ยังมีบางส่วนที่ยังคงนิยมการออกแบบบ้านให้เป็นส่วนหนึ่งกับธรรมชาติอยู่ดี เพราะดูร่มรื่นสบายตามากขึ้นนั่นเอง


เป็นที่น่ายินดีที่ กระแสรักษ์โลก ถูกบ่มเพาะในเด็กยุคใหม่มากขึ้น เพราะคนรุ่นใหม่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติโลกร้อน และส่งผลต่ออารมณ์ความรู้สึก ที่เห็นแก่ส่วนรวมมากขึ้น จึงนิยมใช้วัสดุธรรมชาติที่สะท้อนตัวตนมากกว่าแบรนด์ ดังนั้น Green Material มีบทบาทสำคัญในการออกแบบที่เป็นจุดขายได้ดีที่ไม่ควรมองข้าม



Mega-Trend #3 Holiday at Home

  • Universal Design

  • Pet Friendly x Public Space for New Gen

  • Digital Nomad

การสร้างบรรยากาศแบบ Holiday at Home สำหรับช่วงเวลาที่อยู่บ้านมากขึ้นในปีที่ผ่านมา ทำให้เกิดแนวคิดการออกแบบที่อยู่อาศัยให้ใกล้เคียงกับการพักผ่อน เสมือนได้ท่องเที่ยวแม้อยู่บ้าน รวมทั้งการตกแต่งจัดสวนสร้างมุมพักผ่อนให้ใกล้ชิดธรรมชาติ เพื่อเลือกนั่งทำงานหรือเรียนในบรรยากาศที่แตกต่างกันออกไป ลดความจำเจเมื่อต้องทำงานหรือเรียนที่บ้านในช่วง Stay at Home และสามารถใช้พื้นที่ในสวนทำกิจกรรมร่วมกัน ตอบโจทย์การอยู่อาศัยที่ยืดหยุ่นและปรับเปลี่ยนได้ตามวิถีชีวิตของทุกคนในครอบครัว


กระแสการออกแบบ Universal Design โดยคำนึงถึงทุกคนให้อยู่ร่วมกันได้ เป็นกระแสที่ Gen Z ให้ความสนใจ พอๆกันกับ Baby Boomer เพราะสังคมสูงวัยได้เข้าถึงทุกประเทศเป็นที่เรียบร้อยแล้ว อีกทั้ง Gen Z ยังรับรู้ถึงความต้องการอยูร่วมกันของผู้คนที่มีความผิดปกติทางด้านร่างกาย เช่น ความผิดปกติของสมองตั้งแต่กำเนิด ทำให้การออกแบบ universal design จัดเป็นอีกกระแสหนึ่งที่อยู่ในตลาดผู้บริโภคในปัจจุบัน


อีกทั้งประเทศไทยก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยอย่างสมบูรณ์ (Complete Aged Society) โดยในปีนี้มีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปถึง 20% ของประชากรทั้งหมด จึงมีการออกแบบและนำเสนอนวัตกรรมสร้างบ้านสำหรับผู้สูงอายุ เพื่อให้ใช้ชีวิตได้อย่างสะดวกสบายและปลอดภัย เช่น ราวจับในพื้นที่ต่างระดับ ประตูขนาดใหญ่สำหรับรถเข็น และทางลาดเข้า-ออกตัวอาคารได้ง่ายขึ้น ซึ่งเริ่มมาเป็นพื้นฐานการออกแบบที่อยู่อาศัยที่ต้องมี และมีโครงการอสังหาฯหลายแห่งจับมือร่วมกับสถานพยาบาลหรือศูนย์บริการด้านสุขภาพในการเพิ่มการบริการดูแลสุขภาพไว้รองรับ ซึ่งเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับครอบครัวที่มีผู้สูงอายุ หรือทุพพลภาพ


สำหรับคนรักสัตว์ ที่พักหลายแห่งในอดีตมีข้อจำกัดด้านการเลี้ยงสัตว์ภายในคอนโด เนื่องจากส่งเสียงดังรบกวนหรือปัญหาด้านสุขอนามัย ที่อาจก่อให้เกิดข้อพิพาทในผู้พักอาศัยของคอนโดมิเนียมนั้น แต่กลุ่มคนรักสัตว์จำนวนมากที่มีกำลังพร้อมซื้อถือเป็นอีกกลุ่มที่ได้รับความสนใจและนักพัฒนาโครงการได้เล็งเห็นโอกาส จึงหันมาเจาะกลุ่มคนรักสัตว์ที่ต้องการพักในคอนโดมากขึ้น พร้อมพื้นที่ส่วนกลางที่ให้เจ้าของและสัตว์เลี้ยงได้ทำกิจกรรมร่วมกันอีกด้วย


Public Space for New Gen หรือ พื้นที่สาธารณะที่เปิดกว้างการสร้างสรรค์ทางความคิด ถือเป็นเรื่องใหม่ในไทย แต่เพราะช่วง COVID ทำให้ทุกคน "เบื่อการอยู่แต่บ้าน" ไม่สามารถเดินทางไปที่ไหนได้เลยเพราะถูกจำกัดพื้นที่ ทำให้เกิดกระแส "Skate Surf Fever" ที่เปิดพื้นที่โล่งให้คนกลุ่มนี้ได้ทำกิจกรรมร่วมกันแบบห่างกัน ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ที่อยากทำกิจกรรมร่วมกับผู้อื่นในพื้นที่โล่ง โดยการเล่นเสก็ตนั้น ไม่ได้จำกัดเพียงแค่การเล่นคนเดียว แต่สามารถทำร่วมกันได้โดยนักพัฒนาโครงการควรคำนึงถึงการออกแบบพื้นที่กว้างที่สามารถร่วมทำกิจกรรมด้วยกันได้


สุดท้ายนี้ กระแสเช่าในตลาดอสังหาฯเพราะช่วงพิษเศรษฐกิจ ที่ทำให้ผู้บริโภคชะลอการซื้อที่อยู่อาศัยออกไปเพื่อวางแผนการเงินอย่างรัดกุม เมื่อเปรียบเทียบกับค่าใช้จ่าย เช่น ค่าบำรุงรักษา และอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ ทำให้มีกลุ่มคนรุ่นใหม่นิยมเช่าที่อยู่อาศัยใกล้ที่ทำงาน หรือเช่าช่วงคราวเพื่อลดภาระผูกมัดระยะยาวและยืดหยุ่นมากกว่าในสภาวะที่การเปลี่ยนงานเกิดขึ้นได้ตลอด อีกทั้งกลุ่ม Digital Nomad หรือผู้ประกอบอาชีพด้านดิจิทัลชาวต่างชาติเลือกเข้ามาทำงานและพำนักอาศัยในไทยมากขึ้น จะช่วยขับเคลื่อนตลาดเช่าไปได้มากขึ้นในสภาวะเศรษฐกิจช่วงนี้



Mega-Trend #4 Metaverse

มีการคาดการณ์แล้วว่าในอีก 3 ปีข้างหน้า Metaverse ที่ตอนนี้อาจจะดูเหมือนเป็นเพียง Gimmick ลูกเล่นทางการตลาด จะเข้ามามีบทบาทมากขึ้นอย่างแน่นอน เนื่องจากสิ่งที่ตอบโจทย์เด็กยุค Alpha ที่เกิดในช่วงปี 2010 จนถึงปัจจุบัน จะเสพติดการเล่นเกมมากขึ้น


โดยในอีก 5 ปีข้างหน้า กลุ่มเด็ก Alpha จะกลายเป็นวัยรุ่นยุคใหม่ที่พร้อมทำงานหาเงินในโลกเสมือน โดยได้แนวคิดมาตั้งแต่ช่วงปี 2000 แต่เพราะกระแส Cryptocurrency หรือสกุลเงินดิจิทัล ก็เพิ่งได้รับความนิยมในช่วงโควิด รวมถึงอุปกรณ์ AR, VR ก็ถูกพัฒนาออกมาเพื่อรองรับกับโลกเสมือนมากขึ้น ทำให้ลูกเล่นในวันนี้ กลายเป็นสิ่งที่เปลี่ยนโลกได้จริงในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า


จากบทสัมภาษณ์ของคุณสุมิตรา วงภักดี กรรมการผู้จัดการ บริษัท เทอร์ร่า มีเดีย แอนด์คอนซัลติ้ง จำกัด ยังกล่าวอีกว่า Metaverse จะเป็นส่วนหนึ่งของการเข้าชมโครงการ pre-sale ทั้งแนวราบและแนวสูง เพื่อเพิ่มประสบการณ์ให้กับผู้ซื้อได้สัมผัสกับโครงการได้ใกล้เคียงของจริงมากที่สุด ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดีสำหรับนักพัฒนาโครงการ ที่ไม่ต้องลงทุนสร้าง sales gallery ที่มีมูลค่าสูงถึง 10-30 ล้านบาท แต่สร้างโลกเสมือนให้แก่ผู้สนใจซื้อแทน ซึ่งช่วยให้ตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้นอีกด้วย เพราะลูกเล่นใน Metaverse ไร้ขีดจำกัด แถมมีความสะดวกรวดเร็วมากกว่า พ่วงด้วยโฆษณาประชาสัมพันธ์ในโลกเสมือนได้อีก


อย่างที่บอกไปใน Metaverse อุปกรณ์ที่เข้ามาเสริมให้โลกเสมือนนี้สมจริงมากขึ้น คือ VR - Virtual Realty กับ AR - Augmented Reality ที่ก้าวเข้ามามีบทบาทเพิ่มมากขึ้นในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา เพราะราคาถูกลง และมีเครื่องมือฟรีออกมาให้ทดลองใช้ รวมถึงสามารถเชื่อมโยงกับ Metaverse ได้ ทำให้ผู้ประกอบการอสังหาฯหลายราย เริ่มออกแบบบ้านที่ตอบโจทย์คนกลุ่มนี้มากขึ้น เพราะไม่ต้องออกจากบ้าน ก็สามารถสัมผัสโครงการจริงก่อนการสร้างเสร็จผ่านเทคโนโลยีทั้ง AR และ VR รวมถึง Digital Twin อีกด้วย


อีกทั้งมีการเปิดซื้อ-ขายที่ดินใน Metaverse เพื่อพัฒนาห้างสรรพสินค้าและโครงการอสังหาฯต่างๆ เพื่อเติมเต็มประสบการณ์ใช้ชีวิตแบบไร้รอยต่อระหว่างโลกจริงและโลกเสมือนให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น



Mega-Trend #5 FinTech

กระแสคริปโตไม่พูดถึงหรือไม่ติดอันดับ คงไม่ใช่ Mega Trends อย่างแน่นอน เพราะคนรุ่นใหม่นิยมการลงทุนในโลกคริปโทมากขึ้นจนคนเริ่มเปิดพอร์ตหุ้นลดลง เพราะหันมาเล่นคริปโทแทน ถึงแม้จะต้องรอระยะเวลาอีกช่วงหนึ่งให้กฎเกณฑ์และกติกาเสถียร แต่คนรุ่นใหม่โดยเฉพาะรุ่น Alpha จะทำทุกอย่างบนโลกอินเตอร์เน็ต เทคโนโลยีต่างๆที่ตอนนี้พร้อมตอบรับกับโลกเสมือนแล้ว อีกทั้งพฤติกรรมผู้บริโภคที่ยินยอมชำระเงินผ่านสมาร์ทโฟนมากขึ้น เพื่อลดการสัมผัสในช่วงการแพร่ระบาด ทำให้สกุลเงินดิจิทัจะเข้ามาทำลายกำแพงระบบการเงินยุคเก่า ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายและต้องใช้เวลา แต่มาแน่นอน เพราะเด็กรุ่นใหม่นำเงินไปอยู่ใน crypto แทนหุ้น ทำให้ผู้ประกอบการอสังหาฯเริ่มเปิดช่องทางการชำระเงินด้วย crypto เพื่อรองรับคนกลุ่มนี้แทน Baby Boom และ Gen X ในอนาคต


อีกทั้งการซื้อที่อยู่อาศัยมีราคาสูงและใช้ระยะเวลาผ่อนชำระนาน ผู้ยื่นกู้ต้องมีประวัติการเงินที่ดีและมีศักยภาพในการผ่อนชำระถึงจะได้รับอนุมัติสินเชื่อจากสถาบันการเงิน ซึ่งเป็นอุปสรรคของคนยุคใหม่ที่มีอาชีพอิสระ หรือวัยเริ่มทำงานที่ได้ผลตอบแทนจากการลงทุนสกุลเงินดิจิทัล ซึ่งสกุลเงินดิจิทัลเปิดโอกาสการเป็นเจ้าของอสังหาฯให้แก่นักลงทุนรุ่นใหม่ได้ง่ายขึ้น อีกทั้งนำอสังหาฯไปลงทุนขายต่อหรือปล่อยเช่าด้วยสกุลเงินปกติอีกด้วย อย่างไรก็ตาม ต้องคอยจับตามองว่าการประกาศใช้สกุลเงินดิจิทัลในการซื้ออสังหาฯ จ่ายค่าส่วนกลาง หรือจ่ายบริการอื่นๆในบางโครงการในอนาคตจะเป็นอย่างไร และกระแสสกุลเงินดิจิทัลจะกลายมาเป็นอีกช่องทางหลักของการซื้อขายในตลาดอสังหาฯได้หรือไม่


คัดมาแล้วทั้ง 5 Mega Trends จาก Terra BKK และ DDproperty

ที่จะมีบทบาทสำคัญต่อตลาดอสังหาฯในปี 2565 อย่างแน่นอน

ดังนั้น ทั้งนักพัฒนาโครงการและนักลงทุนอสังหาฯต้องจับกระแสนี้ให้ได้

เพื่อมาประยุกต์ปรับใช้เป็นเครื่องมือฝ่าวิกฤติและโตสวนกระแสได้ในอนาคต

 

ขอบคุณแหล่งที่มาจาก Manager Online

จากบทความของ DDproperty

เว็บไซต์มาร์เก็ตเพสด้านอสังหาฯ

โพสต์วันที่ 27 ธันวาคม 2564


และแหล่งที่มาจาก Bangkok Biz News

จากบทสัมภาษณ์ของ คุณสุมิตรา วงภักดี

กรรมการผู้จัดการ บริษัท เทอร์ร่า มีเดีย แอนด์คอนซัลติ้ง จำกัด

หรือ Terra BKK ผู้คร่ำหวอดในวงการอสังหาฯ

โพสต์วันที่ 29 ธันวาคม 2564


เรียบเรียงใหม่โดย Beam Pavini

42 views